กลุ่มชาติพันธุ์ไทโซ่ง (Tai Song) หรือลาวโซ่ง ไทดำ (Tai Dam) หรือ ไททรงดำ
ชาวไททรงดำ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทกลุ่มหนึ่ง ที่มีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ในเขตสิบสองจุไท ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดเดียนเบียน (Diem Bien) ทางทิศตะวันตกเฉลี่ยงเหนือของประเทศเวียดนาม มีอาณาเขตติดกับแขวงพงสาลีของ สปป.ลาว และมณฑลยูนนานของประเทศจีน บริเวณนี้คือ หลักแหล่งสำคัญของเมืองเดิม ที่เรียกกันว่า “เมืองแถง” หรือ “เมืองแถน” ซึ่งมีกลุ่มชาติพันธุ์ไท 3 กลุ่ม คือ ไทดำ ไทขาว และไทแดง
การแบ่งกลุ่มชาติพันธุ์ไทออกเป็น 3 กลุ่มนี้ แบ่งตามอัตลักษณ์ของสีเครื่องแต่งกายที่สวมใส่ กล่าวคือ ชาวไทดำนิยมสวมเสื้อผ้าที่มีสีดำเป็นเอกลักษณ์ ชาวไทขาวนิยมแต่งกายด้วยผ้าสีขาว ส่วนชาวไทแดงนิยมใช้ผ้าสีแดงตกแต่งเครื่องแต่งกายเป็นลักษณะเด่น
คนไทยมักเรียกขานกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยว่าเป็นชาว “โซ่ง” หรือ “ลาวโซ่ง” คำว่า “โซ่ง” หรือ “ซ่วง (ส้วง)” หมายถึง “กางเกง” เนื่องจากผู้ชายชาวโซ่งจะสวมกางเกงสีดำเป็นลักษณะเด่น ส่วนเหตุที่เรียกว่า “ลาวโซ่ง” นั้น เพราะชาวโซ่งได้อพยพจากสิบสองจุไทมาอยู่ที่ประเทศลาวก่อนที่จะเข้ามาสู่ไทย คนไทยจึงรับรู้ว่ากลุ่มคนที่อพยพมาจากลาว จะเรียกโดยมีคำว่า “ลาว” นำหน้า เช่น “ลาวเวียง” “ลาวพวน” “ลาวโซ่ง” เป็นต้น
สำหรับคำเรียก “ไททรงดำ” นั้นเป็นคำที่ตั้งขั้นใหม่ภายหลัง เพื่อจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ ว่าเป็นกลุ่ม "ไทโซ่ง" (ไม่ใช่ "ลาวโซ่ง") และเป็น "ไททรงดำ" ในที่สุด
ประวัติการอพยพ
ชาวไทดำมีการอพยพโยกย้ายถิ่นฐานจากเขตสิบสองจุไท เข้ามาสู่ประเทศลาวและประเทศไทยหลายต่อหลายครั้ง เนื่องด้วยการถูกกวาดต้อนและการหนีภัยจากศึกสงครามในยุคต่าง ๆ
การอพยพของชาวไทดำเข้ามาสู่ดินแดนของประเทศไทยนั้น เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ในปี พ.ศ.2322 เมื่อกองทัพไทยไปตีเวียงจันทน์ ได้กวาดต้อนผู้คนซึ่งเป็นชาวไทดำจากสิบสองจุไทมาอยูที่เวียงจันทน์ก่อนเข้าสู่ไทย ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น รัชกาลที่ 1 พ.ศ.2335 และในสมัยรัชกาลที่ 3 พ.ศ.2381 ก็มีการอพยพมาอีก
เดิมชาวไทดำที่ถูกเรียกว่า ชาวลาวโซ่ง ได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองเพชรบุรี โดยเฉพาะบริเวณอำเภอเขาย้อย ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นภูเขาคล้ายคลึงกับถิ่นฐานเดิมที่สิบสองจุไท แล้วได้มีการโยกย้ายถิ่นฐานไปตั้งหลักแหล่งทำกิน กระจายกันอยู่ในพื้นที่หลายจังหวัดของประเทศไทย
ปัจจุบันชาวไททรงดำอาศัยอยู่ในจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย ได้แก่ ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ลพบุรี สระบุรี เลย นครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชร พิษณุโลก สุโขทัย สมุทรสาคร เพชรบุรี ชุมพรและสุราษฎร์ธานี สำหรับชาวไทโซ่งหรือไททรงดำในเขตภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่
1. หมู่ที่ 4 บ้านหนองเนิน ตำบลหัวถนน อำเภอท่าตะโก หมู่ 2 บ้านไผ่สิงห์ ตำบลชุมแสง อําเภอชุมแสง หมู่ที่ 2 บ้านวังหยวก ตำบลบ้านแก่ง อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์
2. หมู่ที่ 8 บ้านห้วยห้าง อำเภอวชิรบารมี หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 8 บ้านคลองยาง ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร
3. บ้านน้ำเรื่อง บ้านน้ำเรื่องเหนือ บ้านหอมตาล และบ้านหนองแม่ลอบ ตำบลท่าฉนวน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย
4. บ้านท่าช้าง ตำบลคลองน้ำไหล อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร
5. หมู่ที่ 2 บ้านวังพิกุล หมู่ที่ 3 บ้านดงข่อย หมู่ที่ 7 บ้านดงพลวง หมู่ที่ 8 บ้านวังสำโรง หมู่ที่ 9 บ้านดงไผ่ หมู่ที่ 10 บ้านดงจันทร์ หมู่ที่ 11 บ้านหนองตาสี หมู่ที่ 13 บ้านดงพลวง ตำบลวังพิกุล อำเภอวังทอง และบ้านคุยยาง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก
ไททรงดำมีลักษณะทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง เช่น ภาษาพูดและภาษาเขียน การแต่งกาย ขนบธรรมเนียมประเพณีและพิธีกรรมต่าง ๆ การดำรงชีวิตประจำวันยังคงผูกพันกับประเพณี พิธีกรรมและความเชื่อดั้งเดิมอยู่เป็นอันมาก ลักษณะทางสังคมของไททรงดำยังคงรักษาขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีและพิธีกรรมไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในความเป็นปึกแผ่นและการดำรงเอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์
การแต่งกายของชาวไททรงดำ จะมีความแตกต่างกันบางส่วน ระหว่างเสื้อผ้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน กับเสื้อผ้าสำหรับใส่ในงานประเพณี หรือพิธีกรรม ทั้งชายและหญิงมักนิยมสวมใส่ด้วยผ้าฝ้ายสีดำย้อมมะเกลือหรือสีครามเข้มย้อมด้วยคราม ลักษณะเด่น คือ เสื้อสีดำที่สวมใส่ในพิธีกรรมหรือโอกาสพิเศษจะตกแต่งด้วยการใช้ผ้าไหมหลากสีชิ้นเล็ก ๆ เย็บติดเป็นลวดลายต่าง ๆ มีการใช้เศษกระจกชิ้นเล็ก ๆ ตรึงกับผ้า และปักให้เป็นลวดลายรูปเรขาคณิตหรือลายดอกไม้อย่างงดงาม ส่วนเครื่องประดับนิยมโลหะเงิน
-------------------
เรียบเรียงโดย นางสาววรรณชลี กุลศรีไชย
ตรวจสอบข้อมูลโดย รศ.ทรงศักดิ์ ปรางค์วัฒนากุล
เรียบเรียงภาษาไทยโดย ผศ.ฐิติมา วิทยาวงศรุจิ